เคยเจอไหมครับ กับเวลาที่คุณเจอตัวแม่ๆทั้งหลายนั้น

พยายามจะสื่อสารด้วยประโยคอะไรซักอย่างแต่คุณไม่มีทางเข้าใจ

ว่าตกลงมึงจะพูด ทำไม....

 

วันนี้ Princekun ขอเสนอ แอ๊บแบ๊วมิไนเซอร์ ระบบบันทึกช่วยแปลคำพูดของตัวแม่

โดยอาศัยประสบการ์ณ และความเข้าใจส่วนตัวอันน้อยนิด

อิงกะความง่าวและขวางโลกอีก หน่อยๆ

 

สตรีเพศ โปรดทำใจเป็นกลาง วางอคติ และสวดมนต์ก่อนอ่าน

นี่เป็นพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง เท่านั้น

 

แต่ถ้าโดนใครไปเต็มๆ อันนี้ก็ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ.... 5555 (แร๊งส์!~)

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 1 : "อะไรก็ได้"

 

ส่วนมากคำๆนี้ มักไม่ได้แปลตรงตามตัว

แต่เป็นคำสิ้นคิดเวลาเจ้าหล่อนคิดอะไรไม่ออก

ว่าชีจะ Need อะไรดี ถึงได้แพล่ม วลีนี้ออกมา... ซึ่งเป็นการโยนภาระให้ท่านชายคิด

 

และที่สำคัญ ถ้ามึงคิดไม่ถูกใจเค้า เตรียมตัวงานเข้าได้เลย!!

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 2 : "เออ งั้นตามใจก็แล้วกัน"

 

เอาละ ตามใจแล้วกัน? ....

คำๆนี้ไม่ได้แปลว่ายินยอมให้เราทำตามที่เราต้องการหรอก

จริงๆแล้วมันแปลว่า "มึงต้องตามใจกูเดี๋ยวนี้!!! ไม่งั้นงานงอก!!!"

 

ลองมึงปล่อยไม่ง้อ ไปทำตามที่ต้องการทันทีสิ รับรองบ้านแตกแน่ๆ.....

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 3 : "เค้าทำไงดีอ่ะ?"

 

จริงๆคำนี้ไม่จำเป็น ต้องเป็นประโยคนี้เป๊ะๆ ขอแค่รูปประโยคและคำ

ดูคล้ายๆการขอคำปรึกษา

ซึ่งจริงๆ คำๆนี้นั้นไม่ได้แปลว่าเค้าจะขอคำปรึกษาคุณหรอก...อย่าคิดผิด

จริงๆมันรู้อยู่แล้วในหัวกบาลว่ามันจะทำอะไร

แค่อยากถามๆไปให้ดูมีปัญหาก็เท่านั้น....

 

ซึ่งหลายๆครั้ง ท่านชายทั้งหลายก็จัดเตรียมคำปรึกษาเสียเป็นอย่างดีอ้างอิงเหตุผล

และหลักการล้านแปด...แนะนำเจ้าหล่อนว่าต้องทำแบบนั้น-นี้......

อันนี้ดีสุดๆ ฯลฯ....

"สุดท้ายแม่งก็ไม่ทำ"

 

จนหลายครั้ง อาจจะทำให้เริ่มสงสัยในใจได้ว่า "ตกลงมึงถามกูทำแป๊ะอะไร"

 

เคสนี้ถ้าจะตอบให้ถูกคือมีทางเดียว....คือ...

"มึงต้องตอบให้ตรงกับที่มันกำลังคิดอยู่"

ซึ่งอันนี้ผมไม่รู้ เดาๆกันเองเน่อ 555

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 4 : "ใครซักคน?"

 

"อยากได้ใครซักคน มาดูแลเราจัง" <<< หลายคนอาจจะเคยเห็นคำพวกนี้บ่อยๆ

โดยพบได้ตาม เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไฮไฟว์ บลาๆ

 

ซึ่งบางครั้งหนุ่มๆหลาย คน ก็ อาจจะหลวมตัว อยากจะเป็น

"ซัมวัน" คนๆนั้นซะเหลือเกิน....

 

แต่หารู้ไม่ว่า ไอ้คำว่า "ซัมวัน" หรือ "ใครซักคน" ที่เจ้าหล่อนเขียนๆกันเนี่ย

ส่วนมากร้อยละ 50% มันแปลว่า "จริงๆแล้วกูระบุบุคคล เพียงแต่กูไม่อยากเอ่ยชื่อ"

หรือเป็นวิธีเรียก ร้องความสนใจจากเป้าหมายอย่างนัยๆ...

ลองไอ้หนุ่มคนอื่นมาเม้น ให้ล้านแปดรับรอง ไม่มีปฏิกริยาใดๆ

ซึ่งตรงข้ามกับเป้าหมาย...ลองไอ้หล่อนั่นมาเม้นดูสิ...

 

ให้มันพิมพ์แค่จุดไข่ปลา 3 ตัว รับรองชีกรี๊ดสลบไป 3 วัน ..... 555

 

ปล. อีก 50% ที่เหลือนั้นอาจแปลได้ว่า

"เข้ามาให้หนูเลือกกันเยอะๆ เถอะค่ะ หนูยังไม่รู้จะเลือกใครดี" :P

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 5 : "ผู้ชาย - คนดีๆ"

 

คุณอาจจะได้ยินคำๆนี้เวลาที่ สาวเจ้าทั้งหลายกำลังกลุ้มใจ

หรือเพิ่งผิดหวังกับความรักมา

 

ซึ่งผมอยากจะบอกว่า คำๆนี้ ความหมายช่างกว้างไกลซะเหลือเกิน....

โดยที่คุณอาจไม่เข้าใจคำว่าดีของหล่อนได้...ดีแค่ไหนละจะพอ? รึต้องดีกว่าเทวดา?

 

ซึ่งบางทีทำดี ดี๊ ดี แทบตาย สุดท้ายก็บอกว่าเราดีเกินไป....

 

และหลายๆครั้ง...ที่เจ้าหล่อนมักบ่นอยากได้คนดี....

แต่ไปจบที่คนเลว(แต่เสือกรวย)แบบงงๆ

ซึ่งกูก็งงเหมือนกันว่าตกลงมึงจะ บ่นหาคนดีทำไม ในเมื่อมึงไม่เอา

 

จึงสรุปง่ายๆว่าคำๆว่า "คนดี หรือ ผู้ชายดีๆ"

ก็ไม่ได้มีความหมายตรงตามตัวเสมอไป....

สรุปขอแค่โดนไว้ก่อนเป็นใช้ได้... 555

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 6 : "ไม่รู้ - ไม่รู้เหมือนกัน"

 

คำนี้...มีหลายความหมายมาก ซึ่งต้องสังเกตจาก...น้ำเสียงโอนลี่...

 

โดยหากใช้เสียงเบาๆ คิขุน่ารัก

จะแปลว่า เธอจะพาฉันไป นรก หรือ สวรรค์ อะไรก็ได้จ้า

 

ถ้าหากใช้ เสียงปานกลาง พูดดูตรงๆ 

หมายถึง ตอนนี้ยังคิดไม่ออก แต่ช่วยเสนออะไรมาหน่อยก็ดี

 

และถ้าเสียงดัง ฟังชัด กระโชก สั้นๆ แปลว่า มึงพยายามอย่าพูดอะไรเพิ่มเติม

มึงไม่ต้องสร้างสรรค์ เพราะหล่อน "ไม่ต้องการ" ไม่เอาอะไรทั้งนั้น

 

สุดท้าย เสียงเย็นยะเยือกดุดเสียงศพ : เหลือสิ่งเดียวที่คุณต้องทำ คือขอโทษ

คุณควรกล่าวคำขอโทษไว้ก่อน เพราะหล่อนกำลังจะกินหัวคุณแล้ววววว

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 7 : "ไม่ต้องรู้สักเรื่องได้ไหม"

 

มักได้ยินตอนที่ท่านชายทั้งหลาย

กำลังอยากรู้ว่าตกลงเมื๊อกี๊ เธอพูด หรือ กระทำสิ่งใดมา....

ซึ่งเสือกไปสะกิตต่อมความรำคาณของเธอเข้า

แปลง่ายๆว่า กูรำคาณ อย่าเพิ่งถาม อย่าเซ้าซี้

 

ทางที่ดี หนีไปสงบศึกเสียก่อน รอเจ้าหล่อนอารมณ์ดีๆ

เดี๋ยวก็แพล่มออกมาเองแหละ 555

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 8 : "อันไหนดี?"

 

มักพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ระหว่าเดินเลือกซื้อของอะไรซักอย่าง...

 

คำๆนี้ จะคล้ายๆกับ ข้อ 3 คือเป็นคำถามที่จริงๆไม่ต้องตอบก็ได้

แต่เสือกต้องตอบไม่รู้จะถามทำไม...

 

ซึ่งถ้าให้หล่อนเลือกเอง หล่อนจะงอนมากกกกกก หาว่าเราไม่ใส่ใจไม่สนใจ

และนานาประการ 108-1009 ที่หล่อนจะยกมาอ้างหรือทวงถาม...

 

ครั้นจะปิดตาจิ้มเลือกเลยหล่อนอาจจะถามอีกว่า...ดีหรอ? แน่นะ? ใส่แล้วดูดีป่ะ?

 

วิธีการเดา หรือเอาตัวรอด ขอให้ท่านชายปฏิบัติตามนี้

 

1.ถามหล่อนก่อน...ว่าหล่อนคิดกับ ตัวไหน ยังไง

และรอฟังว่าเธอจะพูดถึงสิ่งใดเป็นสิ่งแรก

เพราะโดยส่วนมาก สิ่งแรกที่เลือกไว้ในใจ คนเราจะพูดถึงมันก่อน

เลือกตัวแรกที่หล่อน พูดถึงโลด...  หรือ....

 

2. แนะนำไปแบบพยายามแถๆ แต่สรุปให้น้ำหนักของทั้ง 2 อย่างเท่ากัน.....

เพราะสุดท้ายแล้ว หล่อนจะกลับไปเลือกไอ้ของชิ้นแรกที่หล่อนเลือกไว้...

อย่างที่บอก ว่าจริงๆมันตัดสินใจได้เอง

ซึ่งไม่รู้จะถามกูทำแม้วอะไร

 

ปล. แม้บางที คุณจะได้ทำตามวิธีทั้ง 2 ข้อนี้แล้ว

แต่คุณจงพึงสังวรไว้ว่า คุณอาจได้จ่ายเงินสำหรับของทั้ง 2 ชิ้นที่หล่อนเอามาให้เลือก

 

เพราะหล่อนอาจจะซื้อทั้ง 2 ชิ้น โดยยกเหตุผลล้านแปดมาพูด...

ซึ่งสรุปแล้ว ก็ไม่ต้องถามก็ได้ ว่าจะเอาชิ้นไหนยังไง....

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 9 : ‎"อยาก อยู่คนเดียว"

 

หมายความสั้นๆง่ายๆ กูอยากไปที่อื่น หรือที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีมึง

และมักไม่ได้แปลว่าอยากอยู่คนเดียวจริงๆ

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 10 : "ยังไม่อยากพูดถึงตอนนี้”

 

หมายความว่า...เรื่องที่มึงพูดมาน่ะ กูผิดเต็มตรีนเลย

แต่กูยังหาเรื่องแถไปไหนไม่ได้ ไว้ก่อนได้มั้ย เดี่ยวกูไม่ชนะ

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 11 : "วันนี้ขอไปเที่ยวกะเพื่อนได้ไหม"

 

หมายความว่า...ฉันบอกคุณว่า...ฉันจะไปเที่ยว ไม่ได้ถามว่า..ได้ไหม???

ไม่ได้ชวน… ไม่ได้ขอให้มาด้วยกัน...

และก็ไม่ต้องมารับ ชั้นจะเช็คเรท… ดูซิว่าจะมีคนขอมาส่งกี่คน

 

ในทางกลับกัน ถ้าคุณจะขอเธอไปเที่ยว เช่น จะขอไปดูบอล Big Match กับเพื่อน

(หน้าหล่อนก็จะ...หงิกงอเต็มที่)...แล้วหล่อนก็บอกคุณว่า...

งั้นคุณก็ไปเถอะ ชั้นจะกลับบ้านละกัน

 

ทางเลือก...

1. ไม่ต้องขอร้อง หรือพยายามดึงหล่อนไปด้วย เพราะหล่อนจะทำให้งานกร่อยแน่ๆ

 

2. ถ้าคุณไปกับเพื่อน...คุณต้องรับชะตากรรม...เพราะหล่อนจะงอน

จนหน้าเป็นพระจันทร์เสี้ยวไปอีก 2-3 วัน งานนี้ก็ซวยตามง้อกันไป

 

3. ถ้าคุณบอกว่า “งั้นไม่ไปละ ตามใจคุณอยากไปไหนดีวันนี้” (ไม่อยากงานเข้าว่ะ)

หล่อนจะบอกคุณว่า...”ไม่เป็นไร...คุณไปกับเพื่อนเถอะ”

(กูไปได้ที่ไหนหน้ามึงหงิกขนาดนี้)

แล้วคุณจะถูกบีบให้บอกว่า “ไม่อยากไปแล้ว ตามใจคุณดีกว่าอยากไปไหนดีวันนี้”

หล่อนจะบอกคุณว่า... “ไม่เป็นไรจริงๆ...คุณไปกับเพื่อนเถอะค่ะ”

คุณบอกว่า.. “ก็ผมไม่ไปแล้วไง”

(งานจะงอกกูละ...ชักกร่อยไม่ไปแล้วโว้ย)

หล่อนจะบอกคุณว่า... “ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง...คุณไปกับเพื่อนเถอะ”

(วนไปวนมาซักแปบ...แล้วก็ทะเลาะกัน) 555

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 12 : ‎"เป็น อะไรหรือเปล่า"

 

ถ้าคุณเป็นคนถามหล่อน

สิ่งที่คุณควรทำก็คือ...การตั้งใจฟังให้ดี อย่าพูดสอดแทรกใดใด

เพราะหล่อนกำลังรู้สึกดีที่จะได้ระบายออกมา อย่าเสือกแสดงความเห็นด้วยยิ่งดี

ถ้าไม่อยากเสี่ยงตาย

 

 

ซึ่งกลับกัน...ถ้าหล่อนเป็นคนถามคุณด้วยประโยคนี้บ้าง

 

...กรุณารู้ไว้ว่า...มันเป็นเพียงประโยคทักทาย หล่อนไม่ได้อยากรู้จริงๆ หรอก

ว่าคุณเป็นอะไร คิดอะไร เพียงแค่หล่อนกำลังเตือนให้คุณสนใจหน่อย

เพราะกู (ทำเหมือน) กำลังสนใจมึงอยู่นะ

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 13 : “ทำไม...”

 

ไม่ว่าท้ายคำถามว่า  “ทำไม...” นี้...จะลงท้ายด้วยสิ่งใดก็ตามแต่...

ทำไมไม่เหมือนเมื่อก่อน? ทำไมต้องไปกะเพื่อน? ทำไมทำงั้น? ทำไมๆๆๆ....ฯลฯ

 

ให้พึงจำไว้เลยว่า...

มันไม่ได้หมายความว่าหล่อนจะอยากรับฟังเหตุผลที่เราจะอธิบาย....

จริงๆแค่กูอยากต่อว่า อยากตัดพ้อ มีไรป่ะ?

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 14 : “ดูหนังกันมั๊ย?”

 

เป็นคำถามอันตราย ไม่ว่าใครจะเป็นคนเริ่มถามก็ตาม

โดยเฉพาะถ้าคุณและหล่อนไม่ได้นัดแนะหรือตกลงกันมาก่อนว่า

เดือนนี้อยากดูเรื่องอะไร

 

เพราะไม่ว่าคุณจะเสนอเรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่อง บลา บลา บลา

เธอจะตอบว่า ...

 

ไม่เอาอ่ะ เรื่องนี้ไม่สนุก (ยังไม่ทันดูมึงตัดสินซะแล้วว่าไม่หนุก)

เรื่องนี้น้องสาวดูแล้ว (เกี่ยวไหม มึงกะกูยังไม่ได้ดูเนี่ย)

เรื่องโน้นดูกะเพื่อนมา (แอบกูไปตอนไหนวะ)

ไม่ดีอ่ะ มันเศร้าไป ไม่อยากร้องไห้ เดี๋ยวตาบวม ,

บทหนังเค้าก็ดีนะ แต่..ไม่ชอบตัวแสดง เล่นไม่ดีเลย ฯลฯ

 

สรุป... ให้ชิงถามไปเลย ว่าตกลงเธออยากดูเรื่องอะไร

 

ปล. จงระวังคำตอบที่ไม่คาดคิด เช่น เรื่องอะไรก็ได้

เพราะคุณจะตกไปอยู่ในสถานการณ์ข้อ 1

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 15 : “วันนี้คุณอยากไปไหนมั๊ย? – วันนี้ไปไหนกันดี”

 

แปลว่า พากูออกไปข้างนอกซะ....กูเบื่อบ้านนนน 

และไม่ได้แปลว่า หล่อนจะสนใจว่าเราจะอยากไปไหน อยากทำอะไร

เพราะจริงๆแล้วเธอรู้อยู่แล้ว ว่าเธออยากไปที่ไหน เธออยากทำอะไร....

 

ซึ่งถ้าคุณฝืนดึงดันจะเป็นคนลากเธอไปตามที่คุณต้องการ งานจะงอกได้

ครั้นจะย้อนถามว่า ”แล้วคุณอยากไปไหนล่ะ”

คุณอาจจะได้ถกเถียงกันคล้ายๆ กับเหตุการณ์ในข้อ 11

 

ดังนั้น ถ้าคุณอยากรอดตาย กรุณาปฏิบัติตามนี้...

 

ให้คุณตอแหลเข้าไว้...คำตอบแนวเดียวที่ผู้หญิงฟังแล้วทำท่าทางต่างกันไป

ไม่ว่าจะอ๊วก ตีแขนคุณ หันหน้าหนีแล้วอมยิ้ม หรือสบถเบาๆว่า..บ้า

แต่สรุปคือคุณรอดตายแล้ว!!!

 

นั่นคือ...

"ตามใจคุณเลยที่รักวันนี้เป็นวันของคุณ"  รับรอง ไม่เกิดเรื่องแน่

(แต่เรื่องนึงที่สงสัย...แล้วทุกวันนี้มันยังไม่มีวันของกรูอีกหรอออออ)

(กูเห็นเป็นวันของมึงตลอดเว)

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 16 : "อย่ามายุ่ง ไม่ต้องเลย ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ไม่เอาอ่ะ"

 

ข้อนี้ง่ายๆ แปลแทบตรงตัวเป๊ะ.... ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนใช้เหมือนกันเกือบหมด

 

อย่ามายุ่ง = มาหาชั้นเดี๋ยวนี้ มายุ่งเดี๋ยวนี้

ไม่ต้องเลย = ต้องดิ ต้องทันที ด่วนจี๋เลย

ไม่อยากคุยด้วยแล้ว = คุณนั่นแหละต้องมาง้อด่วน

ไม่เอาอ่ะ = คำตอบคือ...เอาก็เอา เอาเลย ดีจ๊ะ เหอ เหอ เหอ

(ถ้าบางที มีการหันหน้าหนีเป็นพิธี แปลว่า ให้อ้อนหน่อย จะได้ดูมีท่าที 555 )

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 16 : “นี่ ไม่รู้สึกอะไรเลยใช่มั้ย???”

 

คำเทือกๆนี้ มักหลุดออกมาตอนกำลังต่อล้อต่อเถียงกันได้ซักพัก

โดยมัก โผล่มาตอนที่เรากำลังพยายามอธิบายเหตุผลต่างๆนาๆ

แล้ว ปรากฏว่าหล่อนไม่อยากจะฟัง

โดยที่คำๆนี้มักแปลได้ว่า... มึงจงยอมรับผิดเดี๋ยวนี้..

(ไม่ว่าตกลงใครจะเป็นฝ่ายถูกก็ตามที)

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คำที่ 17 : “ตกลง ชั้นผิดใช่มั้ย??? ” “เออ โอเค ชั้นผิดเองอ่ะ”

 

อีกคำนึง ที่โผล่มาตอนกำลังเถียงกันอย่างเข้มข้นเช่นกัน

มักแสดงถึง อาการเพลี่ยงพล้ำต่อเหตุผลที่เรากำลังกล่าว

พูดง่ายๆว่า เป็นไม้ตายไว้เบรกเราตอนเราๆท่านๆกำลังไล่ต้อนเธอได้

ซึ่งมักแปลว่า... มึงปรักปรำยัดเยียดว่ากูงี่เง่าใช่มั๊ย กูเปล่านะเว้ยยยยยย!!!

(ซึ่ง จริงๆแล้ว ก็มึงนั่นหละที่งี่เง่า 555)

 

ซึ่งหลังจากคำพวกนี้โผล่มา ท่านชายทั้งหลายก็เตรียมตัวรับความหายนะกันให้ดีเถิด...

เพราะตอนนี้ พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจหล่อนอย่างแรง

อาการ “กูแพ้ แต่พาล” กำลังจะออกมาแล้ววววว

ข้าวของที่เคยวางดีๆ วันนี้ก็จะกระแทกปึงปัง หัวฟัดหัวเหวี่ยง

สิ่งของขนาดเหมาะมือ ไม่ว่าจะหมอน โทรศัพท์มือถือ จานชาม

หรือแม้แต่มีดในบ้าน ส้อมในมือ คุณก็ควรหลบมันให้ทัน

 

“เพราะมันอาจจะลอยมาหาคุณได้ง่ายๆ”

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------

 

สุดท้ายนี้ อยากจะกล่าวใจจะขาดว่า ไม่ว่าจะคำไหนๆ... แม้บางทีจะรู้ดีอย่างไร

แต่ท่านก็อาจจะไม่รอดจากชะตากรรมที่ท่านควรจะต้องเจอ...

จงก้มหน้าก้มตารับความซวยไปเถิด

แค่คำพวกนี้มันเบาะๆ นับได้ว่าจิ๊บจ๊อยมากๆ

 

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุด...

 

“คือเวลาที่หลอนกำลังเงียบ”

…………...………………….

 

 --------------------------------------------------------------------------------------------